รองเท้าฟุตบอลรหัส 00003 Nike Tiempo

Nike Tiempo Ronaldinho

คู่นี้ทำจากหนังทั้งคู่ หนังนิ่มมาก

สั่งซื้อ หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่ 088-9157147

ตารางแสดง Size รองเท้าแต่ละยี่ห้อ


การเลือกรองเท้าฟุตบอล หรือรองเท้าสตั๊ด

รองเท้าฟุตบอล หรือรองเท้าสตั๊ดที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป แต่ละรุ่น แต่ละ Brand แตกต่างกันอย่างไรควรจะเลือกซื้อ แบบไหนดี มาอ่านกันดูครับ

นความเป็นจริงแล้วการเลือกซื้อ รองเท้าใหม่ รองเท้าฟุตบอลมือสอง รองเท้าสตั๊ด สักคู่หนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แม้กระทั่ง รองเท้า แตะอยู่กับบ้าน เรายังต้องเลือกรองเท้าที่ใส่สบาย ดังนั้นคงไม่แปลกอะไร ถ้าเราจะต้องพิถีพิถันในการเลือกซื้อรองเท้ากีฬาสักคู่หนึ่ง วันนี้จึงขอเสนอแนะวิธีการเลือกรองเท้าฟุตบอลที่เหมาะกับนักฟุตบอลทั้ง indoor และ outdoor ทุกท่านครับ

วิธีการเลือก รองเท้าฟุตบอล หรือรองเท้าสตั๊ดทั้งมือหนึ่งและมือสอง แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญดังนี้
อย่างแรก
เราจะต้องพิจารณาจากจำนวนปุ่มที่อยู่ใต้พื้น รองเท้าฟุตบอล หรือ “ปุ่ม STUD” ซึ่งจำนวนและประเภทของเจ้าปุ่มที่ว่านี้ มีความสำคัญมาก เนื่องจากเจ้าปุ่ม STUD นี้จะอยู่บริเวณพื้น รองเท้าฟุตบอล หรือที่เรียกกันว่า OUTSOLE ซึ่งมีผลต่อการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ และการยึดเกาะบนพื้นสนาม ขณะเล่นฟุตบอลด้วย ดังนั้นการเลือกประเภท ของปุ่ม STUD จำเป็นจะต้องคำนึงถึงลักษณะของสนามที่จะลงเล่นเป็นสำคัญ เพราะปุ่ม STUD แต่ละประเภทได้ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับพื้นผิวของสนาม ที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. ซอฟท์กราวด์ (SOFT GROUND) สำหรับพื้นสนามที่นุ่ม จะมีลักษณะของปุ่ม STUD เป็นจำนวนน้อย ส่วนใหญ่จะมีเพียง 6 ปุ่ม ต่อรองเท้าฟุตบอล 1 ข้างเท่านั้น ปุ่มประเภทนี้เหมาะสำหรับ พื้นหญ้าที่มี ความนุ่มนวล ส่วนใหญ่จะเป็น สนาม ฟุตบอลใหญ่ๆ หรือสนามฟุตบอลอาชีพ


2. เฟริ์ม กราวด์ (FIRM GROUND) สำหรับพื้นสนามทั่วไป จะมีลักษณะของปุ่ม STUD ประมาณ 12 – 15 ปุ่ม ต่อ รองเท้าฟุตบอล 1 ข้าง ปุ่ม STUD ชนิดนี้เหมาะสำหรับพื้นสนามทั่วไปและ สนามที่พื้นค่อนข้างแข็ง พื้น STUD รูปแบบนี้เป็นที่นิยมและเหมาะสมมาก สำหรับสนามในเมืองไทย


3. ฮาร์ดกราวด์ (HARD GROUND) สำหรับพื้นสนามที่แข็งมาก จะมีจำนวนของปุ่ม STUD มากกว่า 15 ปุ่ม ต่อ รองเท้าฟุตบอล  1 ข้าง ซึ่งรองเท้าที่มีปุ่มชนิดนี้ได้ พัฒนามาจาก STUD ของรองเท้าประเภท FIRM GROUND เหมาะสำหรับพื้นสนามที่มีความแข็ง มากเป็นพิเศษ

อย่างที่สอง จะต้องพิจารณาจากหน้าผ้า หรือ “UPPER” ด้วย มีหน้าที่ปกป้องเท้าของผู้สวมใส่ ช่วยในการควบคุมการเคลื่อนไหวของเท้า

ดังนั้นการเลือกประเภทของ รองเท้าฟุตบอล โดยพิจารณาจากประเภทวัสดุที่ใช้ทำหน้าผ้าจึงเป็นสำคัญอย่างมาก เพราะวัสดุแต่ละประเภทที่ใช้ทำหน้าผ้าจะให้ผลที่ต่างกันดังนี้

1. หน้าผ้าที่ทำจากหนังแท้ จะให้ความทนทานสูง พื้นผิวมีความนุ่มนวล ให้การสัมผัสบอลที่ดีเป็นธรรมชาติ แต่จะมีราคาสูง

2. หน้าผ้าที่ทำจากหนังเทียม จะให้ความทนทานน้อยกว่ารองเท้าฟุตบอล ที่หน้าผ้าทำจากหนังแท้ แต่ก็มีจุดเด่นที่มีน้ำหนักที่เบากว่ารักษารูปทรงได้ยาวนานกว่าหนังแท้ ที่สำคัญราคาจะต่ำกว่ารองเท้าฟุตบอล ที่ทำจากหนังแท้มากพอสมควร

เครดิต  :  http://www.siam2you.com
http://www.sport-za.com